* เข้าสู่ระบบ    * สมัครสมาชิกบอร์ด  * FAQ



ชื่อผู้ใช้:
รหัสผ่าน:

Remember

กฎการใช้บอร์ด


1.ห้ามโฆษณาขายสินค้าใดๆ ทั้งสิ้น



โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 33 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 07 ส.ค. 2009 9:34 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2009 8:41 pm
โพสต์: 7
อยากทราบความคิดเห็นของดอน ถึงเรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์ครับ
ยุคหลังของผม หมายถึงตั้งแต่ โลกหมุนรอบตัวเอง นิทานประเทศ คนตัวเล็ก จนถึงรอบบ้านทั้งสี่ทิศ

เพราะผมแปลกใจว่าทำไมไม่ค่อยมีใครพูดถึงเรื่องสั้นต่างๆเหล่านี้เลย(หรือผมอาจจะเข้าใจผิดไปเอง)
เห็นจะมีแค่อนุสรณ์ ที่กล่าวไว้ในงาน"กนกพงศ์ ยังคงอยู่" (ซึ่งอ่านพบทั้งใน ค.คน โอเพ่นรีวิว และราหูอมจันทร์เล่มล่าสุด)
ผมเห็นด้วยกับอนุสรณ์นะครับว่าคนส่วนใหญ่มักพูดถึงแต่ตัวกนกพงศ์ แต่ไม่ค่อยพูดถึงงานของเขา
ถ้าพูดถึงก็มักจะมีแต่ งานเก่าเช่น โลกใบเล็กฯ สะพานขาด และทั้งหมดในแผ่นดินอื่น

ทรรศนะส่วนตัว ผมมองว่างานยุคหลังมีงานที่ดี ลุ่มลึก แสดงถึงพัฒนาการทั้งด้านเนื้อหา กลวิธีนำเสนอ และการใช้ภาษามากมาย โดยเฉพาะในนิทานประเทศและรอบบ้านทั้งสี่ทิศ
น่าเสียดายนะครับที่งานดีๆเหล่านี้จะถูกหลงลืมไป อย่างน้อยก็ในหน้ากระดาษ ที่จะเป็นหน้าประวัติศาสตร์ให้คนในอนาคตได้ค้นหา ยกตัวอย่างจากตัวผม ที่เพิ่งอ่านวรรณกรรมได้ไม่นาน (2-3 ปี) รู้จักงานของกนกพงศ์(ที่ตอนนั้นก็เสียชีวิตไปแล้ว)จากการที่ค้นคว้าหางานบทความที่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรมไปเรื่อยๆ จนมาเจอกับบทวิจารณ์งานเก่าๆของกนกพงศ์แล้วจึงประทับใจ
หากงานชุดใหม่ไม่มีการกล่าวถึงอย่างสะพานขาดหรือแผ่นดินอื่น มันอาจหายไปได้นะครับ ไม่อยากให้งานดีๆเหล่านี้รู้จักแต่ในหมู่นักเขียนและคนที่อ่านวรรณกรรมอยู่แล้ว หากพอจะมีกระแสบ้าง อาจมีนักอ่านหน้าใหม่ (แบบผม) รู้จักงานโดยรวมของกนกพงศ์มากขึ้น

ถ้าเป็นนักเขียนต่างประเทศ คงได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางมากกว่านี้

รำพึงรำพันมาพอแล้วครับ สรุปง่ายๆก็คืออยากทราบว่าดอนมีทัศนคติอย่างไรกับงานยุคหลังที่ผมว่า
รวมถึงในประเด็นของการเปรียบเทียบกับระดับสากลด้วยครับ ว่าหากเทียบกันแล้ว งานเหล่านี้อยู่ในระดับไหน
ในฐานะที่ดอนเป็นบรรณนาธิการคนแรกของงานของเขา

ขอบคุณครับ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 19 ส.ค. 2009 5:36 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
ผมอ่านหมดแล้วครับ รู้แต่ว่าคงต้องพูดกันยาวหน่อย เพียงแต่ช่วงนี้ผมติดงานเยอะเหลือเกิน ยังไม่สะดวกที่จะคุยเป็นเรื่องเป็นราว-ว่างั้นเถอะ แต่ก็ยินดีรับปากว่าจะกลับมาร่วมสนุกด้วยในหัวข้อนี้-ทันทีที่ปลอดโปร่ง เฉพาะหน้าตอนนี้ สารภาพตามตรงว่า ผมยังไม่กล้าลงความเห็นอะไรมากนัก อาจเพราะผมเป็นคนไม่ค่อยนิยมสรรเสริญผู้วายชนม์ไปแล้วตามขนบทั่วไป หนำซ้ำกลับรู้สึกว่า ถ้าวิญญาณผู้ตายมีอยู่จริง อาจโศกเศร้ายิ่งขึ้น หากรับรู้ว่าเราคุยกันแบบกังวลโน่นกังวลนี่ หรือเลือกแต่จะพูดเฉพาะข้อเด่น-ข้อดี โดยจงใจละเลยส่วนอื่น (ตามมารยาทหรือแบบแผนที่ประพฤติปฏิบัติกันมาในสังคมไทย) เอาเป็นว่า เท่าที่ติดตามข่าวมาบ้าง หลังกนกพงศ์จากไป ผมยังไม่เห็นมีใครวิเคราะห์วิจารณ์งานเขียนของเขาชนิดที่พอจะเรียกได้ว่า ‘เข้าท่า’ เลยจริงๆ! พูดเช่นนี้ไม่ได้หยามหมิ่นดูแคลนท่านผู้ใดนะครับ เดี๋ยวจะพานเหม็นขี้หน้ากันโดยไม่จำเป็น ผมเพียงแต่เห็นว่า งานเขียนของกนกพงศ์ในช่วงหลัง ซึ่งผมอยากจะเรียก ‘ช่วงแห่งความพยายามที่จะกลับมา’ เต็มไปด้วยความอึดอัด ขัดใจ หม่นไหม้ หมองทุกข์เหลือเกิน แน่ละครับว่ามันมีที่มาสองสามกรณีด้วยกัน (อย่างน้อยก็เท่าที่ผมพอจะจับได้จากข้อมูลที่เขาบันทึกไว้ และจากปากคำของผองเพื่อนใกล้ตัวเขาอีกจำนวนหนึ่ง) ด้วยเหตุดังนั้น ย่อมไม่แปลกที่เนื้องานของเขาจะปรากฏออกมาในลักษณะดังว่า ข้อที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผมก็คือ เกิดอะไรขึ้นกับนักเขียนคนหนึ่งซึ่งมีความทะเยอทะยานทางวรรณกรรมในระดับไม่ธรรมดาสำหรับประเทศนี้? จึงผลิตงานเขียนที่แฝงไว้ด้วยความอึดอัดขัดใจ กระทั่งโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาสิ้นดี-- ช่วยๆ กันคิดดูนะครับ แล้วค่อยกลับมาคุยกันอย่างจริงจังอีกที


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 20 ส.ค. 2009 12:20 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนอนหนังสือ
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 7:46 pm
โพสต์: 76
อายุ: 29
มันเป็นเพราะว่าที่สุดแล้ว นักเขียนก็ไม่อาจหลีกหนีไปจาภสภาพสังคมรึเปล่าครับ?


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 20 ส.ค. 2009 12:40 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
แค่บางส่วนครับ--
ผมเคยตั้งสติถามไถ่ไต่สวนตัวเองอย่างถึงที่สุด ว่ารู้สึกเช่นไรต่อการจากไปของกนกพงศ์ หลังจากประมวลสาเหตุแวดล้อมทั้งหมดทั้งมวล บวกกับการรู้จัก ‘ตัวตน’ ของกนกพงศ์ไม่น้อยในห้วงเวลาหนึ่ง ผ่านมาถึงทุกวันนี้ กนกพงศ์จากไปนานพอสมควรแล้ว ผมยังคงรู้สึกเหมือนเดิมกับครั้งกระโน้นทุกประการครับ พูดกันตรงๆ เลยก็ได้ว่า ผมรู้สึกเสียดายไหม? ตอบได้ชัดเจนว่า-ไม่! หากในขณะเดียวกัน ผมก็แจ่มชัดพอที่จะยืนยันว่า ผมรู้สึกเศร้า... เศร้าบัดซบ!


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 20 ส.ค. 2009 12:48 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนอนหนังสือ
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 7:46 pm
โพสต์: 76
อายุ: 29
แง่หนึ่งการตายทำให้เห็นแง่มุมอันอ่อนโยนรึเปล่าครับ?
ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นเกย์รึเปล่า แวบหนึ่ง ตอนที่เศร้า เมื่อรู้ว่าเพื่อนข้างเตียงสมัยเป็นทหารถูกยิงตาย เพราะเข้าใจผิด
ทั้งที่ตัวเองเป็นถึงคนในตระกูล วัชโรทัย ที่ตลกคือ ตอนนี้ผ่านมาห้าปี ผมจำชื่อเขาไม่ได้ แต่จำได้ว่าตัวเองรู้สึกโหวงเหวงชอบกลในคืนแรกที่รู้ว่าข้างเตียงว่างเปล่า พร้อมกับบอกตัวเองในใจว่า เฮ้ย มึงมาปรากฏตัวหน่อย กูอยากจะบอกว่าเสียดายว่ะที่ไม่ได้รู้จักมึงให้มากกว่านี้
ก็แค่นั้นนะครับ ความตายของเพื่อนผม มันทำให้ผมได้ตระหนักว่าเรายังคิดถึงคนอื่น ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ผมโคตรเอี้ย


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 20 ส.ค. 2009 12:53 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
เผอิญผมไม่ใช่คนอ่อนโยนเท่าไร ฉะนั้นคงตอบไม่ได้ในสมมุติฐานของนิธิ สิ่งที่ผมพอจะเท่าทันตัวเองอยู่บ้างก็แค่ แท้แล้ว เรารู้สึกเช่นไร (แบบมีเหตุผลกำกับ) ก็เท่านั้นแหละครับ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 20 ส.ค. 2009 12:57 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนังสือเข้าสายเลือด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 12:50 pm
โพสต์: 365
ที่อยู่: 111/294 ม.5 ต.บางเดื่อ อ.เมืองฯ ปทุมธานี 12000
อายุ: 40
พี่เวียงตอบได้น่าคิด

ผมอ่านงานของกนกพงศ์หลังๆ โดยเฉพาะงานที่หลังการพี่หนกแกเสีย

ผม... เฉยๆ เอามากๆ แม้จะมีท่าทีความพยายามให้พ้นจากที่ตัวเอง หมายถึงตัวพี่หนกเขียนมา

แต่ผมก็เว้นไม่พูดถึงมาตลอด บอกตามตรงจะถูกหมั่นไส้และเกลียดขี้หน้าเอา หากเราพูดถึงคนที่ตายไปแล้ว แม้เราจะพูดถึงตัวงานก็ตาม

ผมชอบสะพานขาดมากนะครับ เล่มอื่นๆ อย่างแผ่นดินอื่นที่ได้ซีไรต์ก็ดี เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องสั้นเท่านั้นเอง มันคือเรื่องย่อของนิยายในความเห็นผม

พักนี้ผมหงุดหงิดพอสมควรกับ.... อะไรไม่รู้สิพี่ พอลับแลได้ซีไรต์ ผม... เบื่อมาก
แม้งาน 'คาราโอเกะ' จะเหมือนไม่มีพล้อต แต่ผมกลับมองว่ามันซ้อนพล้อตเข้าไปในนั้น

สำหรับผมแล้ว ผมพยายามเขียนงานให้สนุก ผมยังทำไม่ไ่ด้อย่าง 'คาราโอเกะ' และงานทุกเล่มของทินกร หุตางกูรเลย

บังเอิญผมพูดคล้ายๆพี่ เดี๋ยวก็ถูกหาว่าเด็กพี่ ถูกพี่ครอบงำอีก อะไรบ้าบอแบบนั้น ผมเคยเซ็งพักนึงกับคำกล่าวที่ว่าผมได้ลงคอคนเพราะพิมพ์หนังสือกับพี่ เพราะมันช่างคับแคบมาก หากคิดแบบนี้

ทั้งสองปีที่ผ่านมาผมมีงานเขียน 4 เรื่อง ผมเลือกส่ง 2 เล่ม ช่อกับคอคนก็เพราะการพิจารณาที่มีมาตรฐาน ไม่ต้องกังวลกับการที่ต้องคอยรับทราบผลการพิจารณาและเมื่อทราบก็ไม่ต้องกังวลว่าจะได้ตังค์หรือเปล่า

ก็แค่นี้เองครับพี่

โทษนะครับพี่ ใช้พื้นที่บ่นเล็กน้อย '>?-


ถึงไม่มั่งมี แต่ผมมีความสุขครับ ... ^__^


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 20 ส.ค. 2009 1:15 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนอนหนังสือ
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 7:46 pm
โพสต์: 76
อายุ: 29
น้าติณ เขียน:

ทั้งสองปีที่ผ่านมาผมมีงานเขียน 4 เรื่อง ผมเลือกส่ง 2 เล่ม ช่อกับคอคนก็เพราะการพิจารณาที่มีมาตรฐาน ไม่ต้องกังวลกับการที่ต้องคอยรับทราบผลการพิจารณาและเมื่อทราบก็ไม่ต้องกังวลว่าจะได้ตังค์หรือเปล่า

ก็แค่นี้เองครับพี่

โทษนะครับพี่ ใช้พื้นที่บ่นเล็กน้อย '>?-


คำตอบโดนใจ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 20 ส.ค. 2009 1:48 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
ระหว่างงานกับความสัมพันธ์ ผมไม่เคยเอามาปนกันหรอกครับ พูดได้แค่นี้แหละ ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ สำหรับงานของกนกพงศ์นั้น ผมคิดว่ามีแง่มุมให้วิเคราะห์วิจารณ์กันได้เยอะแยะ โดยเฉพาะถ้าเราไม่จงใจ ‘ติดกับดัก’ กันแล้ว เราจะเห็นทั้งข้อเด่นข้อด้อยที่น่าศึกษาไม่น้อยเลยทีเดียว ผมถึงพูดไปบ้างแล้วว่า เท่าที่ผ่านมา ยังไม่เห็นมีการให้ค่า (ในความหมายของการใส่ใจตัวบท) ต่องานเขียนของกนกพงศ์อย่างจริงจัง กระทั่งผมอดสงสัยไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ที่ว่า ๆ กันมานั้น (จากการติดตามข่าวสาร) ได้อ่านงานเขียนของกนกพงศ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนจริงหรือเปล่า? (เท่าที่พอจะฟังแล้วรื่นหูอยู่บ้าง ดูเหมือนจะมีคุณอนุสรณ์ ติปยานนท์ อยู่คนเดียวจริงๆ) ผมพอจะพูดได้ว่า นี่คือสิ่งที่กนกพงศ์ต้องการที่สุด! และต้องการมาตลอดชีวิตการเขียนของเขา!! ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นเขาบ่นโน่นบ่นนี่ในแบบที่พูดกันตรงๆ ก็คือ ‘ฟูมฟาย’ (ลองไปอ่านในเล่มรวมจดหมายของเขาจะเห็นชัด!) ผมรู้ว่าทำไม เพราะอะไร แต่ในเมื่อกนกพงศ์ได้จากไปนานพอสมควรแล้ว พูดก็พูดเถอะ ผมว่าหยุดสรรเสริญกันก่อนดีไหม ทั้งนี้ก็เพราะว่า มันไม่ได้ช่วยให้เกิดมรรคผลอะไรเป็นเรื่องเป็นราวหรอก รังแต่จะยิ่งฆ่ากนกพงศ์ให้ตายลงอีกครั้งอย่างไม่สมควร! หากจะมีอะไรสักอย่างที่จะทำให้กนกพงศ์ไม่เฝือและน่าเบื่อเกินไปในทัศนะของผมก็คือ อ่านงานเขียนของเขาอย่างจริงจังกันก่อนเถิด อ่านอย่างที่ตัวบทมันเป็น แล้วจะพบว่า งานเขียนของกนกพงศ์นั้น มีทั้งระดับที่พูดได้ว่า ‘งั้นๆ’, ‘ไม่เลว’ ‘เยี่ยม!’ และ ‘ห่วย!’ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา สิ่งที่ไม่ปกติธรรมดาอย่างยิ่งก็คือ หลังจากกนกพงศ์จากไป เท่าที่ผมสังเกต ดูเหมือนมีความพยายามที่จะทำให้กนกพงศ์กลายเป็น ‘เทพ’ ทางการเขียนอย่างเกินจริง ไม่ว่าเจตนาหรือไม่ก็ตาม สารภาพตรงๆ มีนักเขียนใหญ่ในโลกมากมายที่ตายไปแล้ว ผมยังไม่ได้ข่าวว่าจะต้องขวนขวายเพื่อทำให้ท่านกลายเป็น ‘เทพ’ เลย ลองย้อนกลับไปศึกษากรณีของมาห์ฟูซ, ปรามูเดีย เมื่อเร็วๆ นี้ดูก็ได้ และผมเชื่อว่า วิญญาณกนกพงศ์คงไม่สบายใจต่อปรากฏการณ์นี้หรอกครับ เอาเป็นว่า ก่อนอื่น ผมใคร่ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจงานเขียนของกนกพงศ์ให้กลับไปไล่อ่านผลงานของเขาตามลำดับทุกเล่ม แล้วมาคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นเรื่องดีกว่า ใครไม่มีตังค์ซื้อหนังสือของเขา ผมยินดีให้ยืมเลยเอ้า! แต่อันดับแรก ต้องเสนอตัวมาก่อนนะครับว่า พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้จริงจัง สารภาพอีกครั้งก็ได้ว่า ผมขี้เกียจฟังการพูดถึงกนกพงศ์แบบเรื่อยเจื้อยเฉื่อยแฉะ ชนิดที่หาสาระไม่เจอ ได้โปรดเชื่อผมเถิดว่า ชีวิตของกนกพงศ์นั้นไม่มีสาระน่าสนใจเท่าไรเลย งานของเขาต่างหาก! หมดเวลาหลงทิศผิดทางแล้วครับ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 20 ส.ค. 2009 8:50 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนอนหนังสือ
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 7:46 pm
โพสต์: 76
อายุ: 29
เป็นโครงการที่น่าสนใจมากครับพี่ แต่คงต้องไปไล่หาซื้อให้ครบก่อน มีแต่หุบเขาฝนโปรยไพร


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 21 ส.ค. 2009 12:31 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2009 8:41 pm
โพสต์: 7
ขอบคุณมากครับ อย่างนี้แหละที่ผมอยากฟัง
ผมเข้ามาดูกระทู้นี้ทุกวันด้วยใจรอคอย พอเว้นไปสองวัน พี่ๆมาแสดงทรรศนะกันเยอะเลย
อย่างที่บอกไว้แหละครับว่าโลกแห่งการอ่านของผมเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน อะไรๆก็ยังคับแคบอยู่ อยากได้การวิจารณ์แบบตรงไปตรงมาอย่างนี้แหละเพื่อยกระดับการอ่านของตนเอง
งานของกนกพงศ์ผมอ่านเกือบหมด หากว่าเฉพาะเรื่องสั้นก็ขาดแต่เพียงคนใบเลี้ยงเดี่ยวเล่มเดียว
ที่อาจจะแปลกกว่าคนอื่นคือผมไม่ได้อ่านแบบเรียงเวลา ผมรู้จักชื่อของกนกพงศ์เมื่อเขาตายไปแล้ว และเริ่มอ่านจากแผ่นดินอื่นก่อนแล้วจึงไปอ่านเรื่องสั้นยุคหลัง
แล้วค่อยย้อนกลับมาที่สะพานขาด (ระหว่างอ่านยุคหลังทั้งสี่เล่มก็อ่านจดหมายจากนักเขียนหนุ่มควบคู่ตามไปด้วย)นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมค่อนข้างประทับใจกับสี่เล่มหลังมากกว่า เพราะเมื่ออ่านแผ่นดินอื่นผมรู้สึกว่ามีหลากหลายประเด็นมากเกินไป(อาจเป็นอย่างที่น้าติณบอก)จนทำให้ไม่มีเรื่องไหนโดดเด่นออกมาจากเล่มเลย มันเป็นโทนเดียวกันทั้งหมด ประมาณว่าน่าชมเชยในพลังการเล่าและการลงลึกถึงรายละเอียดแต่ไม่ประทับใจ พอกลับมาอ่านเรื่องสั้นยุคหลัง(การตาย)จึงพบว่ามันสดกว่า ใหม่กว่า และเอาปัญหาหรือข้อมูลมานำเสนอในแบบที่ลุ่มลึกกว่า พอกลับไปอ่านสะพานขาดแล้ว แน่นอนว่าผมประทับใจกับสองเรื่องที่ได้ประดับช่อการะเกด แต่กลับเรื่องอื่นๆผมมองว่ายังเฉยๆ โดยเฉพาะในแง่ของการสร้างตัวละคร ซึ่งผมอาจเกิดไม่ทันยุคเพื่อชีวิต พอมาอ่านในยุคนี้บางเรื่องมันจึงดูเชย และยังไม่ลงตัว

กลับมาพูดถึงสี่เล่มหลัง เมื่ออ่านทรรศนะต่างๆในกระทู้นี้ ผมมาคิดๆดูแล้วก็พบว่าการอ่านควบคู่กับจดหมายจากนักเขียนหนุ่มมีข้อเสียคือทำให้ผมติดกับดักความประทับใจในความมุ่งมั่น ความศรัทธาต่องานเขียนของเขาที่อ่านพบจากในจดจดหมาย มันจึงทำให้ผม'อิน'กับเรื่องสั้นยุคหลังมากเกินไป และบางเรื่องอ่านไปแล้วก็จินตนาการได้ง่าย(เพราะเหมือนมีคู่มือบอกวัตถุดิบอยู่แล้วในจดหมาย)
ดังนั้นเรื่องที่ผมประทับใจจริงๆ จึงเป็นพวกสมชายชาญ คนขายโรตีจากศรีลังกา กลางป่าลึก ซึ่งเป็นเรื่องที่มันมีพล็อต มีบรรยากาศต่างจากเรื่องอื่น (ที่มักจะป็นเรื่องปัญหาแบบ"แผ่นดินอื่น")ไม่ใช่ว่าไม่อยากรับรู้ปัญหานะครับ แต่บางครั้งผมอ่านไปแล้วมันเอียน อ่านมากๆเข้าก็อยากจะรู้ว่าเขาจะเขียนมุมอื่นบ้างไหมหนอ อยากอ่านเรื่องสั้นที่โชว์การเขียนแบบเรื่องสั้นจริงๆ ที่ไม่ต้องมุ่งเสนอปัญหาสังคมอย่างตรงไปตรงมามากนัก ซึ่งก็พบในสามสี่เรื่องที่ว่า ในขณะที่บางเรื่องก็มักจะพบกับตัวละครเดิมๆ เช่นแฟนสาว พ่อและแม่ ซึ่งมักจะมีลักษณะคล้ายกัน(และก็คงคล้ายกับชีวิตจริง) โดยเฉพาะแม่กับพ่อ จะเห็นว่าเขาติดกับบุคลิกตัวละครแบบนี้ อาจเปลี่ยนสถานการณ์บ้างบางเรื่อง แต่ก็ยังคงความคล้ายคลึงอยู่ แม้ตัวละครจะมีชีวิตชีวา ดูสมจริงมากกว่าบางเรื่องในสะพานขาด แต่กลับไม่หลากหลาย สำหรับผมเรื่องพวกนี้มันจึงกลายเป็นการอ่านที่ประทับใจเพราะเข้าใจในความคิด ความรู้สึกของเขาในตอนนั้นมากกว่าจะประทับใจในความเป็นเรื่องสั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถ้าเป็นคนอื่นที่ผมไม่รู้จักภูมิหลังเขียน ผมจะประทับใจรึเปล่า

สังเกตได้ว่าผมก็เป็นคนหนึ่งที่ยังไม่หลุดจากกับดัก แม้อยากจะหลุด
ยังมีอีกหลายประเด็นที่อยากพูดครับ นี่เพิ่งพูดถึงเฉพาะส่วนของนิทานประเทศ กับรอบบ้านทั้งสี่ทิศเอง แต่กลัวว่าจะยิ่งพูดยิ่งสับสน เพราะการวิเคราะห์ของผมยังไม่ค่อยชัดเจนนัก บางทีก็ยังเรียบเรียงไม่ค่อยถูก ดังนั้นรอให้พี่ๆมาช่วยวิเคราะห์กันก่อนดีกว่า

เผื่อผมจะพบทางสว่าง
ขอบคุณครับ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 21 ส.ค. 2009 12:56 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
เข้าใจครับ ถือเป็นข้อคิดเห็นกว้างๆ ที่ไม่เลวเลย ทว่าสิ่งที่ผมอยากเห็นมากกว่านี้ก็คือ เราอาจค่อยๆ หยิบเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาคุยกันแบบเจาะลึกไปทีละเรื่องน่าจะสนุก ส่วนจะเป็นงานช่วงแรกหรือช่วงหลังก็ได้ทั้งนั้น พูดกันอย่างถึงที่สุดก็คือ ในเมื่อบรรดาท่านผู้มีบทบาทหน้าที่ตรงนี้เขาไม่ทำกันให้เป็นเรื่องเป็นราว เรามาสร้างบรรยากาศการอ่านการวิเคราะห์วิจารณ์กันเองก็ได้ ผมยินดีร่วมสมทบส่วนเรื่องนี้เต็มเรี่ยวแรงครับ เชิญเสนอมาล่วงหน้าได้เลยว่าจะอ่านเล่มไหนหรือเรื่องใดดี ทั้งนี้ก็เพื่อให้เวลาสำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่านไปทำการบ้านด้วย เชิญครับ เชิญ!


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 21 ส.ค. 2009 11:09 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนังสือเข้าสายเลือด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 12:50 pm
โพสต์: 365
ที่อยู่: 111/294 ม.5 ต.บางเดื่อ อ.เมืองฯ ปทุมธานี 12000
อายุ: 40
การช่วยกันสร้างให้บอร์ดใจดีแห่งนี้คือแหล่งแสดงวามเห็นอย่างจริงจัง จริงใจและเต็มไปด้วยสาระข้อคิดเห็น คือแนวทางแรกๆ ที่ผมอยากให้ออกมา ในฐานะที่ติดบอร์ดนี้ขึ้นและไปเชิญชวน "ดอนเวียง" มา

ขอบคุณครับ


ถึงไม่มั่งมี แต่ผมมีความสุขครับ ... ^__^


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 21 ส.ค. 2009 11:17 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
รอให้ผู้ตั้งกระทู้เสนอเข้ามาก่อน แล้วจารีต้องร่วมอ่านด้วยนะครับ ‘จำเป็น’ ในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว แล้วอย่าลืมไปให้เหตุผลในกรณี ‘คาราโอเกะ’ ด้วยนะ เพราะ ‘จำเป็น’ อีกเหมือนกันครับ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 21 ส.ค. 2009 11:49 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: ศุกร์ 21 ส.ค. 2009 11:27 pm
โพสต์: 3
ผมขอเข้ามาแสดงความเห็นด้วยคนเพราะงานกนกพงศ์มีประเด็นให้น่าพูดคุยอยู่มาก ดังที่ผมพูดไว้ที่งานopen หลังความตายของกนกพงศ์ เรากำลังตกหลุมของการประเมินค่างานกนกพงศ์โดยวิธีอื่นแทนการอ่าน(ซึ่งผมเชื่อว่ากนกพงศ์ต้องการเป็นที่สุด) สำหรับคนที่สนใจความพยายามของกนกพงศ์(ซึ่งหลายเรื่องนั้นจบลงด้วยความล้มเหลว ล้มเหลวตรงที่ว่าวิธีการเขียนกับน้ำเสียงมีอาการประดักประเดิดและขัดแย้งอย่างไม่น่าเชื่อ)ขอให้ศึกษาโลกหมุนรอบตัวเอง แต่หลังจากนั้นในนิทานประเทศเขากลับก้าวข้ามอาการพลาดพลั้งได้อย่างสวยงาม นี่คือสิ่งที่ผมเคารพกนกพงศ์ หรือแม้นักเขียนคนอื่นเมื่อสามารถข้ามจุดอ่อนของตนเองได้(ดังผมนับถือชัชวาลย์ โคตรสงครามที่กลับมาสร้างเรื่องเล่าอย่างเหลือเชื่อในทะเลน้ำนม)เสียดายที่เราไม่ประเมินคุณค่านี้ และผู้ที่ชอบถือธงวรรณกรรมเพื่อชีวิตก็แทบไม่เคยศึกษาภาษาแบบใหม่ของมวลชนในงานกนกพงศ์อยู่เลย เรื่องสั้นหลายเรื่องในช่อและราหูยังใช้วิธีประกอบสร้างและน้ำเสียงเก่าทั้งที่กนกพงศ์ได้นำเสนอทางออกให้แล้ว ผมไม่รู้ว่านี่แสดงอาการป่วยไข้ของคนวรรณกรรมจำนวนมากหรือไม่ที่มักสนใจในสิ่งที่ไม่เป็นสาระอยู่เสมอ และนี่เองที่ผมรู้สึกได้ว่ากนกพงศ์ก็อึดอัดกับท่าทีเช่นนี้ที่ปรากฎในจดหมายหลายฉบับของเขา ผมขอแสดงความเห็นแค่นี้ก่อน จารีสบายดีนะครับ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 22 ส.ค. 2009 1:18 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนังสือเข้าสายเลือด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 12:50 pm
โพสต์: 365
ที่อยู่: 111/294 ม.5 ต.บางเดื่อ อ.เมืองฯ ปทุมธานี 12000
อายุ: 40
สบายดีครับ จานต้น :;:; ()_

มาบ่อยๆ นะครับ อยากฟังความเห็นของอาจารย์เยอะๆ :;:;


ถึงไม่มั่งมี แต่ผมมีความสุขครับ ... ^__^


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 22 ส.ค. 2009 10:53 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
ข้อสังเกตของอนุสรณ์ (ต่อไปผมจะขอเรียก‘ต้น’หรือ‘อาจารย์ต้น’ก็แล้วกัน) เป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผม อย่างน้อยก็เป็นเอ่ยถึงตัวบทหรือเนื้องานในภาพกว้างๆ ซึ่งผมคิดว่าถ้ามีการลงรายละเอียดมากกว่านี้ก็จะยิ่งวิเศษ เพื่อที่พวกเราจะได้พิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ใครจะเห็นด้วยหรือไม่-ไม่ว่ากัน
อีกประเด็นหนึ่งที่ต้นแอบวิพากษ์แกมสังเกตอยู่พร้อมกันก็คือ ‘อาการป่วยไข้ของคนวรรณกรรมจำนวนมาก’ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมเห็นว่า น่าจะขยายความ หรือจะเปิดเป็นอีกหัวข้อก็จะยิ่งสนุก กระนั้นต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนนะครับว่า ผมไม่ได้ยุให้คนมาตีกัน หากแต่ก็เห็นปัญหานี้ดำรงตัวอยู่ในวงวรรณกรรมไทยมาหลายยุคสมัย ไม่แน่ใจว่ารูปการและรายละเอียดของมันจะเป็นเช่นเดียวกับที่ต้นว่ามาหรือไม่-- ถามต่อไปว่า เราจะต้องสนใจให้ค่าต่อเรื่องนี้หาพระแสงของ้าวอันใด? ผมพอจะตอบได้แค่ว่า มันอาจช่วยให้เราหูตาสว่างขึ้นบ้างต่อเชื้อร้ายที่แฝงอยู่รอบและในกายเรา! กระทั่งถ้าสมัครใจแก้ไขหรือไม่กลืนตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเชื้อร้ายที่ว่านั้น มันก็อาจนำไปสู่การขวนขวายพัฒนางานเขียนได้เหมือนกัน
อาจารย์ต้นรับเป็นผู้ดำเนินรายการเรื่องนี้เลยสิครับ ผมอยากฟังเจงๆ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: เรื่องสั้นยุคหลังของกนกพงศ์
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 22 ส.ค. 2009 12:17 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: ศุกร์ 21 ส.ค. 2009 11:27 pm
โพสต์: 3
สวัสดีครับพี่เวียง เรื่องอาการป่วยไข้ของคนวรรณกรรมนั้นพี่เวียงคงเข้าใจแล้วว่าผมหมายถึงอาการsickที่อาจปรากฎเป็นช่วงๆไม่ใช่illnessที่เป็นภาวะเรื่อรัง ดังนั้นเราคงมีความหวังต่อการเยียวยาบ้าง เรื่องแรกคือผมไม่ขอรับเป็นเจ้าของหัวข้อ แต่ขอร่วมเสนอความคิดบางอย่าง เรื่ออาการป่วยแรกก็คือโรคติดกับดักความเชื่อหรือมายาคติ สังเกตุว่าเวลาเสวนาทางวรรณกรรม เรามักจบที่ประเด็นเรื่องสั้นไทยจะไปทางไหน หรือวรรณกรรมเพื่อชีวิตยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือแต่ประเด็นที่ว่าสารคดีเป็นวรรณกรรมหรือไม่ ซึ่งดูเป็นเหมือนวังวนที่แสดงอาการหลงอยู่ในชุดความคิดหนึ่งอย่างยาวนาน ผมขอฝากประเด็นนี้ไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยมาหาสาเหตุเพราะต้องไปมหาสารคามแล้วครับ เดี๋ยวจะหาเวลาว่างมาพูดคุยเรื่องงานกนกพงศ์ต่ออีก ขอบคุณด้วยครับติณ


ข้างบน
   
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 33 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

ผู้อยู่ในบอร์ดใจดีขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


คุณ ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
คุณ ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron

***เชิญเลือกหนังสือวรรณกรรมได้ที่ >>

- ดูแลและสร้างสรรค์เว็บบอร์ดนี้ โดย Tin Nitikawinkul

Time-Zone GMT + 7 ชั่วโมง - วันเวลาปัจจุบัน ศุกร์ 10 ก.ย. 2010 10:12 am
- ภาษาไทยแก้ไขสำหรับเว็บบอร์ดนี้ เพิ่มเติมโดย ติณ นิติกวินกุล ขับเคลื่อนพลังบอร์ด โดย phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Thai language by Mindphp.com & phpBBThailand.com


Jaidee Search for you