* เข้าสู่ระบบ    * สมัครสมาชิกบอร์ด  * FAQ



ชื่อผู้ใช้:
รหัสผ่าน:

Remember

กฎการใช้บอร์ด


1.ห้ามโฆษณาขายสินค้าใดๆ ทั้งสิ้น



โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 33 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป
เจ้าของ ข้อความ
 หัวข้อกระทู้: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ 27 ธ.ค. 2009 11:04 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
ผมอ่านจบแล้วครับ อยากเชื้อเชิญให้มาแลกเปลี่ยนต่อนวนิยายเรื่องนี้กัน เฉพาะหน้าตอนนี้ ขออนุญาตพูดแต่เพียงสั้นๆ ว่า ผาด พาสิกรณ์ เขียนนิยาย ‘เป็น! และเก่งทีเดียว’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนวนิยายเรื่องแรกในชีวิตด้วยแล้ว ไม่ธรรมดาเลยครับ ผมเคยนึกเล่นๆ ว่า ถ้าชั่วโมงนี้ ใครสามารถหยิบเอา‘ข้อเด่น’ของไอ้สามตัว! (ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ หากแต่ด้วยความนับถือโดยแท้) คือลูกคมคายเรียบนิ่งทางปรัชญาของอุทิศ เหมะมูล ผสานกับวิธีเล่าด้วยลีลาภาษาแบบยั่วอวัยวะใช้เดินของชาติวุฒิ บุณยรักษ์ และความแม่นยำในจังหวะจะโคนที่เต็มด้วยแรงเร้าให้ต้องตามอ่านโดยตลอดของผาด พาสิกรณ์ มาบรรจุไว้ในตัวคนเดียวกันได้ละก็ มึงเอ๊ย... หนุกแน่!


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 30 ธ.ค. 2009 3:25 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนอนหนังสือ
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: อังคาร 03 ก.พ. 2009 10:13 am
โพสต์: 76
http://www.thaiwriter.net/forum01/index.php?topic=5169.0

แวะมาดันครับพี่ ผมเขียนไว้นานแล้ว
ใครยังไม่ได้อ่าน ผมยุยงเสริมส่งเต็มที่ครับ
สวัสดีปีใหม่พี่น้องทุกท่านครับ
แล้วเราจะชนแก้วกันในจินตนาการ
'>?-


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: อังคาร 05 ม.ค. 2010 10:48 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนังสือเข้าสายเลือด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 12:50 pm
โพสต์: 365
ที่อยู่: 111/294 ม.5 ต.บางเดื่อ อ.เมืองฯ ปทุมธานี 12000
อายุ: 40
อยากอ่านครับ ((:


ถึงไม่มั่งมี แต่ผมมีความสุขครับ ... ^__^


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 10 ก.พ. 2010 10:17 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนอนหนังสือ
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 7:46 pm
โพสต์: 76
อายุ: 29
กำลังอ่านอยู่ ไว้จบเมื่อไหร่จะมาคุย


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 11 ก.พ. 2010 5:58 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 10 ก.พ. 2010 12:55 am
โพสต์: 9
คำพูดของดอนที่บอกว่า “คมคายเรียบนิ่งทางปรัชญา” “ลีลาภาษาแบบยั่วอวัยวะใช้เดิน” “ความแม่นยำในจังหวะจะโคนที่เต็มด้วยแรงเร้า” หากนำมารวมกันได้นั้นสนุกแน่ ดอนจะพูดเล่นหรือพูดจริงผมไม่รู้ แต่เป็นสิ่งที่ผมอ่านพบครั้งแรกแล้วก็เอามานั่งคิดจริง ๆ ว่าเป็นไปได้ไหมที่คุณลักษณะที่ขัดแย้งกันทั้งสามอย่างนี้ จะสามารถรวมกันได้ในวรรณกรรมเล่มเดียวกัน แล้วถ้ามันมารวมอยู่ด้วยกันแล้ว มันจะลงตัวหรือ? มันจะไม่เลอะเทอะหรือ? คิดไปคิดมาผมก็คิดออกมาได้แค่ 2 อย่างก็คือ อย่างเช่น “คมคายเรียบนิ่ง” กับ “แม่นยำในจังหวะจะโคนที่เต็มด้วยแรงเร้า” ผมคิดว่านิยายเรื่อง ไหม ของบาริกโก (ขออภัยหากสะกดชื่อผิด) นั้น น่าจะมีคุณลักษณะนี้ คือ ทั้ง “เรียบนิ่ง” และ “แม่นยำในจังหวะจะโคนที่เต็มไปด้วยแรงเร้า” ซึ่งทำให้การเล่าเรื่องในนิยายเล่มนี้เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก ผมไม่แน่ใจว่าดอนจะเห็นด้วยกับผมหรือไม่ หรือดอนอาจจะมีตัวอย่าง หรือคำอธิบายอื่นที่ดีกว่านี้ ส่วนวรรณกรรมที่มีครบทั้ง 3 คุณลักษณะนั้น ผมยังคิดไม่ออกว่าจะออกมาในลักษณะใด

นิยายเรื่องเสือเพลินกรงนั้นผมอ่านแล้ว ขอแสดงความคิดเห็นดังนี้ ผู้เขียนมีความเจนจัดในการเล่าเรื่อง ทำได้ชวนติดตามอย่างยิ่ง ข้อนี้ผมไม่เถียง คำพูดที่ดอนบอกว่า “แม่นยำในจังหวะจะโคนที่เต็มไปด้วยแรงเร้า” หากนับเฉพาะการเล่าเรื่องแล้ว ผมค่อนข้างเห็นด้วย แต่มีบางช่วงผมรู้สึกว่าตัวละครพูดเพ้อไปหน่อย ทำให้จังหวะเสีย หรืออืดไปบ้าง แต่ไม่มาก โดยรวมแล้วคำจำกัดความสั้น ๆ ที่ดอนพูดมาก็ต้องถือว่าจริงทีเดียว ส่วนที่แหลมคมที่สุดในนิยายเรื่องนี้ผมเห็นว่าเป็นประเด็นในเรื่องสื่อ นิยายเรื่องนี้สามารถวิพากษ์สื่อและโฆษณาได้อย่างเผ็ดร้อนอย่างที่ไม่เคยปรากฏในนิยายไทยเรื่องอื่นมาก่อน แน่นอน ผมคิดว่าประสบการณ์ชีวิตของผู้เขียนนั้นมีส่วนอย่างยิ่ง

แต่ทว่านิยายเรื่องนี้กลับมีจุดบกพร่องอย่างร้ายแรงในความเห็นของผมประการหนึ่ง ก็คือการเสนอภาพตัดที่ “เลวสุดขั้ว” ของวงการโฆษณาและสื่อ รวมไปถึงสังคมโดยรวม กับ “ดีสุดขั้ว” เมื่อฉายภาพความสัมพันธ์กับเพื่อนที่คบหากันมาแต่วัยเรียน มุมมองที่ผู้เขียนใช้ในการเล่าถึงเรื่องทั้งสองด้านดังกล่าวแทบจะเป็นคนละมุมมอง เป็นขาวกับดำ แต่แม้จะต่างกันจนเป็นขาวกับดำขนาดนั้น แต่ผู้เขียนก็สามารถตะล่อม กลบเกลื่อนรอยตัดดังกล่าวได้ด้วยทักษะในการเล่า ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าผู้เขียนมีทักษะในเรื่องดังกล่าวที่สูงทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องจังหวะจะโคนอย่างที่ดอนตั้งข้อสังเกตไว้ หากผู้อ่านถูกการเล่าเรื่องชักจูงจนอินไปกับเรื่องราวแล้ว ก็ยากที่จะมองเห็นภาพต่างดังกล่าว

มุมมองที่ผู้เขียนใช้เล่าถึงเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน การงาน สังคมในที่ทำงาน ความสัมพันธ์กับลูกค้า กระทั่งสังคมการสื่อสารโดยรวม จนมาถึงเรื่องการเมือง เป็นมุมมองที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง กลับกลอก มากเล่ห์ร้อยเหลี่ยม ใส่หน้ากากเข้าหากัน ขณะเดียวกัน มุมมองที่ผู้เขียนใช้เล่าถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับเพื่อนนั้น กลับเต็มไปด้วยความใสซื่อ บริสุทธิ์ จริงใจ สนุกสนาน และชวนฝัน

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือภาพอันอัปลักษณ์ของแวดวงโฆษณาและการสื่อสาร รวมถึงการเมือง กับภาพอันปลอดโปร่ง อบอุ่น และปลอดภัยเมื่ออยู่กับเพื่อนฝูง ซึ่งทั้งสองภาพนี้เป็นสิ่งที่เกินจริง และหนุนให้เกิดวาทกรรมที่มีอำนาจเหนือความรู้สึกของผู้อ่าน ให้เมื่อเผชิญหน้ากับความซับซ้อนของปัญหาสังคมหรือการเมืองก็จะเบือนหนี และรู้สึกว่าเป็นความอัปลักษณ์ และหันมาคาดหวังกับภาพของมิตรภาพระหว่างเพื่อนไว้อย่างสวยหรูเช่นในนิยาย


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 11 ก.พ. 2010 5:59 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 10 ก.พ. 2010 12:55 am
โพสต์: 9
สำหรับคนที่ผ่านชีวิตมาย่อมรู้ดีว่าภาพดังกล่าวไม่เป็นความจริง ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนในวัยเด็กนั้นดูใสซื่อบริสุทธิ์เมื่อหวนระลึกถึงก็เป็นเพราะว่าในเวลานั้นมีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องในความสัมพันธ์น้อยมาก หรือแทบไม่มี ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนจะซับซ้อนหรือเรียบง่ายนั้น ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ระหว่างกันที่ความสัมพันธ์นั้นวางเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทางวัตถุเงินทองที่เป็นรูปธรรม หรือผลประโยชน์ทางใจที่เป็นนามธรรมต่าง ๆ เช่น ความคิดเห็นที่สอดพ้องต้องกัน เกียรติยศและความนับถือที่ต่างหวังจากกัน หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนนั้นเป็นสิ่งที่สามารถซับซ้อนได้ และก็สามารถมีด้านมืดได้เช่นกัน ไม่ได้เป็นความใสซื่อไปตลอด ไม่ว่าเพื่อนสองคนนั้นจะคบกันมายาวนานขนาดไหน วรรณกรรมที่เปิดโปงให้เห็นความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนหรือแม้แต่ระหว่างพี่น้องก็มีอยู่ เช่น พี่น้องคารามาซอฟ แม้แต่ในเรื่อง พันธุ์หมาบ้าของชาติ กอบจิตติ ก็แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนไว้ได้ซับซ้อนและมีน้ำหนักกว่าเรื่องเสือเพลินกรง

ส่วนในเรื่องโฆษณา การสื่อสารในสังคม และการเมืองนั้น เป็นเรื่องของผลประโยชน์และอำนาจโดยตรง การจะมองหรือเปรียบคุณค่าความสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้ให้เป็นสิ่งจริงแท้เช่นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนในวัยเด็กนั้น จึงเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัว คำว่า “ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร” ในการเมืองนั้น สะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในเรื่องการเมืองนั้น เป็นเรื่องของข้อตกลง อุดมการณ์ และผลประโยชน์ ที่สอดพ้องต้องกัน มากกว่าความต้องการเป็นเพื่อนเล่นกันเฉย ๆ อย่างวัยเด็ก ดังนั้น ความสัมพันธ์ของบุคคลในวงการเหล่านั้น ย่อมต้องแปรผันไปตามสิ่งดังกล่าว การเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องของปัจเจก แต่เป็นเรื่องส่วนรวม เป็นข้อตกลงที่คนจำนวนมากต้องใช้เพื่อการอยู่ร่วมกัน เราจึงไม่สามารถมองให้การเมืองเป็นเรื่องเดียวกับเพื่อนไปได้ ไม่สามารถเอาคุณค่าของเพื่อนไปแทนที่เรื่องการเมืองได้ นอกเสียจากเราจะสามารถออกแบบระบอบขึ้นใหม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องผ่านการเวลาพิสูจน์มายาวนาน เพราะแม้แต่ระบอบประชาธิปไตยที่เราคิดว่ามีกันมาแล้วถึง 70 กว่าปี แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่เรามีมาตลอดกลับไม่เคยใช่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเลย

ในส่วนของการวิพากษ์สื่อนั้นผู้เขียนทำไว้ได้อย่างแหลมคม และมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง ข้อนี้ขอยกย่องชมเชยในฐานะที่ผมเป็นผู้สังเกตการณ์สื่อ แต่หลายอย่างที่คาบเกี่ยวไปถึงเรื่องการเมืองนั้น บางอย่างผมคิดว่าเว่อร์ และออกจะฮอลลีวูดมากไปสักนิด แต่ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ การพรอพเพอร์กานดาในประเทศไทยที่เก่าแก่ แนบเนียน และทรงอานุภาพที่สุดในสังคมไทยนั้น หาใช่มาจากรัฐบาลหรือนักการเมืองไม่ แน่นอนว่าดอนรู้ว่าผมหมายถึงวาทกรรมหลักอันใดของประเทศไทย ทั้งที่นี่คือสิ่งที่ทรงพลังที่สุด มีอำนาจเหนือผู้คนมากที่สุด แต่เสือเพลินกรงไม่เอ่ยถึงเลยแม้แต่น้อย

กรงที่เห็นในเสือเพลินกรงจึงเป็นแค่ “กรงกระจอก” ที่คนมองเห็นได้ไม่ยาก แต่ “กรงที่มองไม่เห็น” ที่เป็นกรงจริงนั่นต่างหาก ไม่ถูกแตะต้องหรือสั่นสะเทือนเลยในนิยายเรื่องนี้ ดังนั้นการวิพากษ์ “สื่อ” ในนิยายเรื่องนี้ จึงละเลยสิ่งสำคัญที่สุดอันเป็นลักษณะเฉพาะของประเทศไทยที่ถูกสื่อออกมาตลอด

ความเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เพิ่มเติมก็คือ การเล่าเรื่องของผาดนั้น บางช่วงก็มีจุดบกพร่องอย่างเห็นได้ชัด เช่นฉากที่ตัวละครหลักออกทีวี คำพูดของตัวละครนั้นโฉ่งฉ่างและไม่สมจริง ฉากนั้นผมเห็นว่าเป็นฉากที่อ่อนที่สุดในนิยายเรื่องนี้


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. 11 ก.พ. 2010 8:19 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนอนเทพ
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 5:36 pm
โพสต์: 116
"น้องหมาฯตามหามาหลายแห่งแล้ว ไม่เจอสักที"

:;:;


..."เด็กหนุ่มผู้สมสู่กับความฝัน ในโลกใบเล็กที่หยุดนิ่ง"...


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 12 ก.พ. 2010 12:31 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนังสือเข้าสายเลือด
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 12:50 pm
โพสต์: 365
ที่อยู่: 111/294 ม.5 ต.บางเดื่อ อ.เมืองฯ ปทุมธานี 12000
อายุ: 40
หมาหัวใจอิสระ เขียน:
"น้องหมาฯตามหามาหลายแห่งแล้ว ไม่เจอสักที"

:;:;


เข้าใจว่าคงหาได้ต้องร้านหนังสือใหญ่ๆ หรือในกทม.
ผมเองก็ยังไม่ไ่ด้อ่านครับน้องหมาฯ


ถึงไม่มั่งมี แต่ผมมีความสุขครับ ... ^__^


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 12 ก.พ. 2010 1:02 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
หนอนหนังสือ
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: จันทร์ 02 ก.พ. 2009 7:46 pm
โพสต์: 76
อายุ: 29
แวะเข้ามา ก่อนจะไปนอน เพื่อบอกว่า เสือเพลินกรง ทำให้นึกถึงการ์ตูนอย่าง ทเวนตี้ เซนจูรี่บอย และ หนังที่เล่นกับประเด็นวัยเยาว์สูญสลายหายไปแล้ว ไม่อาจหวนคืน

ขอบอกว่าชอบ

ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อน
:;:;


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 12 ก.พ. 2010 9:47 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: ศุกร์ 12 ก.พ. 2010 9:14 pm
โพสต์: 2
อยากขอร่วมแจมในประเด็น"เสือเพลินกรง"ค่ะ ขอแสดงตัวก่อนเลยว่าไม่ได้มาอ่านตามกระแส แต่ถ้าเข้าร่วมตอบตามกระแส ก็มีส่วนค่ะ '>?-

หลังจากที่ได้อ่านบทวิพากษ์ถึง"เสือเพลินกรง"อย่างเป็นเรื่องเป็นราวจริงจังมา 2 ที่

1.นิตยสารราหูอมจันทร์ vol.7 คอลัมน์วรรณกรรมปริทัศน์ ของคุณราเชนทร์ ผดุงธรรม
ในฐานะคนอ่านหนังสือผิดหวังกับการทำงานของคนที่มีปากกาในมือ ในประเด็นที่คุณทำการบ้านมามากน้อยแค่ไหน? ในหน้าที่ที่คุณรับผิดชอบ...เหมือนอ่านหนังสือยังไม่แตกกลับมาร้องแรกแหกกระเชิง ในส่วนของเนื้อหาถ้าใครได้อ่านทั้งบทวิพากษ์และตัวหนังสือเสือเพลินกรงแล้วคุณจะรู้ว่าทำไม? โดยไม่เกี่ยวว่าเขาจะเขียนชมหรือเขียนติ เพราะอยากจะปิดตั้งแต่เขียนรีวิว L.<>

2.ในส่วนของคุณหนุมาน หลังจากได้อ่านบทวิพากษ์ของคุณจบ ในฐานะคนอ่านเสือ....เสือเพลินกรง
คิดว่าคุณอ่านหนังสือยังไม่แตก แยกหัวใจของเรื่องยังไม่เป็น แสดงความคิดเห็นโชว์พาวเวอร์์จนเกินไป
เสียใจที่เคยอ่านเดนฝัน
ดีใจที่ไม่ได้อ่าน Must read ค่ะ

ประเด็นนี้ขอฝากความหวังไว้ที่คุณเวียงค่ะ...จะติหรือชมอย่างไรก็ตาม...แต่...มั่นใจว่าคุณอ่านหนังสือ"เป็น" :;:;


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 12 ก.พ. 2010 10:32 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 10 ก.พ. 2010 12:55 am
โพสต์: 9
คุณ tiger ครับ ผมเอาเฉพาะที่เกี่ยวกับประเด็นนะครับ

ในส่วนของคุณหนุมาน หลังจากได้อ่านบทวิพากษ์ของคุณจบ ในฐานะคนอ่านเสือ....เสือเพลินกรง
คิดว่าคุณอ่านหนังสือยังไม่แตก แยกหัวใจของเรื่องยังไม่เป็น แสดงความคิดเห็นโชว์พาวเวอร์์จนเกินไป
เสียใจที่เคยอ่านเดนฝัน


นี่ก็เป็นแค่ความเห็นที่ไม่มีการอธิบาย (อีกแล้ว) ถ้าคุณจะวิพากษ์การตีความของผมว่าผิดพลาดอย่างไร คุณต้องอธิบายออกมาให้ได้ครับ ลำพังการพูดแค่ว่า "อ่านไม่แตก แยกหัวใจไม่เป็น" นี้ ไม่อธิบายอะไรเลย ไม่แม้แต่เป็นการใช้ปัญญา (ผมพยายามสุภาพนะครับ แต่นี่เป็นความเห็นตรง ๆ ไม่ใช่การประชดประชัน)

"แสดงความคิดเห็นโชว์พาวเวอร์จนเกินไป" นี่คุณกำลังวิพากษ์ส่วนไหน เฉพาะส่วนหรือเป็นข้อสรุปต่อคำวิจารณ์ของผมทั้งหมด ถ้าเป็นข้อสรุป คุณก็ต้องแสดงให้คนอ่านในที่นี้เห็นด้วยการอภิปราย ยกตัวอย่าง ชี้ข้อบกพร่อง เปรียบเทียบตัวบท จะเป็นการดึงตัวบทของผมออกมาชี้ หรือจะยกตัวบทในนิยายมาให้ความหมายเพื่อโต้แย้งผมก็ได้ เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปของคุณที่ว่าโชว์พาวเวอร์ ไม่ใช่มีแต่ความเห็นแบบนี้ สิ่งที่คุณทำมานี่ไม่ใช่การวิจารณ์ และไม่ได้ส่งเสริมวัฒนธรรมการวิจารณ์แต่อย่างใด เป็นเพียงแค่ออกมาแสดงความเห็นหรือความรู้สึกที่ไม่มีการอธิบาย และเป็นการกล่าวหาและวิพากษ์โดยไร้ความรับผิดชอบ คุณต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่คุณวิพากษ์ด้วยการใช้เหตุผล และอธิบายให้คนอื่นเข้าใจเหตุผลของคุณ อย่างที่ผมได้ทำไปในการวิพากษ์ของผม


ประเด็นนี้ขอฝากความหวังไว้ที่คุณเวียงค่ะ...จะติหรือชมอย่างไรก็ตาม...แต่...มั่นใจว่าคุณอ่านหนังสือ"เป็น"

ตรงนี้สำคัญมากครับดอนเวียง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงเข้ามาอภิปรายที่นี่ ดอนบอกว่าไม่ปรารถนาจะ "ชี้นำ" แต่ประโยคของคุณ tiger นี้คือคำตอบแล้วว่าความปรารถนานั้น "ไม่เป็นความจริง" คุณดอนยังไม่แสดงเหตุผลอะไรเลยแม้แต่น้อยเพื่อจะสนับสนุนหรือคัดค้านอะไร แต่ก็มีผู้ที่พร้อมจะ "เชื่อ" เพราะความมั่นใจว่า "อ่านหนังสือ 'เป็น'"

นี่คือวัฒนธรรมการวิจารณ์ที่ดอนเวียงปรารถนาหรือ?

ทำไมผู้อ่านจึงฝากความหวังในการแสดงเหตุผลไว้กับผู้อื่นเพราะ "ความเชื่อ" โดยไม่คิดหวังจะพึ่งพาสติปัญญาของตัวเองเลย มันต่างกับการที่มีใครสักคนออกมารับประกันว่า "คนนี้คือคนดี" สมควรปกครองบ้านเมือง แล้วผู้คนก็ฝากความหวังไว้กับการรับประกันนั้น โดยไม่ยอมพยายามใช้เหตุผลและสติปัญญาของตนเอง "เลือก" ด้วยตัวเอง (และกาลเวลาก็บอกแสดงให้เห็นว่า คนดีทุกกระเบียดนิ้ว นั้น ไม่มีจริง - เช่น กรณีเขายายเที่ยง)

วัฒนธรรมการอ่านควรจะเป็นวัฒนธรรมที่ผู้อ่านมีดุลยพินิจเป็นของตนเองครับ ไม่ใช่วัฒนธรรมของการชี้นำโดยใครคนใดคนหนึ่ง เป็นเรื่องของความสามารถในการใช้เหตุผลไม่ใช่ความเชื่อ ผู้อ่านควรต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง มีเหตุผลมีวิธีคิดและสามารถแสดงเหตุผลนั้นออกมาแลกเปลี่ยนกัน ไม่อยู่ภายใต้การชี้นำของใคร

ผมขอเรียกร้องให้บอร์ดนี้แสดงเหตุผลประกอบการวิพากษ์ด้วย อย่าแสดงแต่ความเห็น


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 12 ก.พ. 2010 11:35 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: ศุกร์ 12 ก.พ. 2010 9:14 pm
โพสต์: 2
สวัสดีค่ะคุณหนุมาน... '>?-
อยู่ด้วยเหรอคะ...ดีใจที่ได้เจอตัวค่ะ

คุณหนุมานคะ...
ที่แสดงออกไปเป็นความคิดเห็นส่วนตัวจริงๆนี่คะ การวิพากษ์ยกมือเลยว่าไม่สามารถค่ะเพราะเชื่อ...ให้ตายเถอะอย่างไรภารโรงก็ไม่สามารถที่จะเป็นครูใหญ่ได้ (แหะๆไม่ได้ประชดประชันเช่นเดียวกันค่ะ) '>?-

ข้อความเบื้องต้นเป็นการแสดงความคิด+ความเห็นส่วนตนค่ะที่มีต่อคุณในประเด็นที่เขียนถึง”เสือเพลินกรง” คุณเขียนถึงสิ่งที่เราได้รับรู้ร่วมกันแต่อาจจะตีความกันคนละฉบับ คนละภาคความคิด หรือจริตเราอาจจะไม่ตรงกัน

เคารพในความคิดของคุณหนุมานค่ะแต่เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองเช่นกัน เหตุผลและความเข้าใจที่ไม่ได้ยกมาเอ่ยอ้างถึงนั้นเพราะเชื่อว่าคนที่ได้อ่าน...อ่านเสือเพลินกรง จะเข้าใจและรับรู้มันได้ด้วยตัวของตัวเอง

ที่ฝากความหวังไว้กับคุณเวียง ไม่ได้คาดหวังว่าเสือเพลินกรงจะดีไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว เพียงแค่อยากตรวจสอบว่าประสาทการรับรู้โดยการอ่านผ่านตัวอักษร...ของตัวเอง ไม่ได้พร่องจนเกินไป จะได้หาหนังสือหนังหามาอ่านต่อไปค่ะ

โดยส่วนตัวแล้วจริงๆเป็นคนอ่านหนังสือที่คิดว่าไม่มีใครชี้นำได้และไม่เคยฝากความหวังกับใครโดยที่ไม่ได้ไตร่ตรอง
เพราะสติปัญญาของตนเองจึงพามาถึงข้อแสดงความคิดเห็นเบื้องต้นค่ะ ขอยืนยัน '>?-


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 13 ก.พ. 2010 12:02 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 10 ก.พ. 2010 12:55 am
โพสต์: 9
คุณ tiger ครับ ขอบคุณที่ตอบครับ ดีใจเช่นกัน

ผมอยากขอร้องครับ อย่างน้อยนะครับ ให้คุณลองพยายามแม้ว่าจะไม่ถนัด จะภารโรงหรือครูใหญ่ผมคิดว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็น และควรรับผิดชอบต่อความเห็นของตนครับ มันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวัฒนธรรมการวิจารณ์ที่หลายคนในที่นี้น่าจะปรารถนาให้ดีขึ้นนะครับ ความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องธรรมดาครับ แต่วัฒนธรรมการอ่านจะก้าวไปได้ก็ด้วยการแลกเปลี่ยนหรือโต้แย้งกันในความต่างนั้นนะครับ ถ้าคุณไม่แสดงเหตุผลหรืออธิบายออกมาแล้ว คนอื่นจะรู้ได้อย่างไรละครับว่าความต่างนั้นคืออะไร เราจะเรียนรู้กันได้อย่างไรครับ

ผมอยากเชื้อเชิญคุณให้ลองพยายามอธิบายความคิดเห็นของคุณอย่างดีที่สุด อย่างน้อยก็เพื่อจะให้ผมมั่นใจว่าคุณจะไม่รอฟังดอนอย่างเดียว และผมรับปากกับคุณตรงนี้ว่าถ้าผมจะวิพากเษกลับหตุผลของคุณ ผมจะทำอย่างสุภาพเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะระมัดระวังถ้อยคำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 13 ก.พ. 2010 2:43 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
ก่อนจะนั่งสนทนาปราศรัยถึง ‘เสือเพลินกรง’ ในเวลาต่อไป ผมขอคั่นจังหวะสักนิดหนึ่งเพื่อเรียนให้คุณหนุมานหายสงสัยสักเรื่องหนึ่งแล้วกัน กล่าวคือ ถ้าผมจับประเด็นไม่ผิด ดูเหมือนคุณหนุมานจะติดใจอยู่เล็กๆ ว่า ‘ดอนจะพูดเล่นหรือพูดจริง ผมไม่รู้’
ยืนยันอีกครั้งก็ได้ว่า ผมพูดจริงสิครับ! โธ่... ผมพูดไปแล้วว่า : ‘ผมเคยนึกเล่นๆ ว่า ถ้าชั่วโมงนี้ ใครสามารถหยิบเอา‘ข้อเด่น’ของไอ้สามตัว! (ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ หากแต่ด้วยความนับถือโดยแท้) คือลูกคมคายเรียบนิ่งทางปรัชญาของอุทิศ เหมะมูล ผสานกับวิธีเล่าด้วยลีลาภาษาแบบยั่วอวัยวะใช้เดินของชาติวุฒิ บุณยรักษ์ และความแม่นยำในจังหวะจะโคนที่เต็มด้วยแรงเร้าให้ต้องตามอ่านโดยตลอดของผาด พาสิกรณ์ มาบรรจุไว้ในตัวคนเดียวกันได้ละก็ มึงเอ๊ย... หนุกแน่!’
เอาละ เพื่อให้ประเด็นนี้ชัดเจนเพิ่มขึ้น ผมขออนุญาตเรียนตามตรงว่าในรอบปีเศษๆ ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้อ่านนวนิยาย (หรือเรื่องราวที่ใช้คำว่า ‘นวนิยาย’) ของนักเขียนไทย อาจจะไม่ครบถ้วนทุกเล่มที่จัดพิมพ์ออกมา (ถึงบรรทัดนี้ผมเองก็อยากรู้จริงๆ ว่า มีท่านผู้ใดได้อ่านครบถ้วนจริงหรือไม่ และมีเรื่องอะไรบ้าง) แต่ก็มากกว่าที่เอ่ยถึง (‘คาราโอเกะ’, ‘ลับแล แก่งคอย’ และ ‘เสือเพลินกรง’) อยู่แล้ว
เหตุที่ผมอ้างถึงเฉพาะนักเขียนทั้งสาม ถ้าว่ากันในความหมายเคร่งครัดก็ในฐานะของผู้เขียนนวนิยายสามเรื่องดังกล่าว ไม่มีทั้งนัยยะแฝงเร้นว่าจะดูแคลนนักเขียนท่านไหนๆ หรือหมายรวมไปถึงนิยมชมชื่นผู้เขียนทั้งสามในเล่มอื่นแต่ประการใด เพราะโดยข้อเท็จจริง ผมก็ไม่ได้ขวนขวายหรือกระตือรือร้นที่จะไปเสาะหานวนิยายของอุทิศ เหมะมูล กับ ผาด พาสิกรณ์ มาอ่านให้ครบทุกเล่ม (แถมเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนวนิยายเรื่องแรกของผาด พาสิกรณ์ ด้วยซ้ำ) ในกรณีของชาติวุฒิ บุณยรักษ์ ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เพราะเพิ่งเขียนนวนิยายเรื่องเดียว
ผมค่อนข้างแน่ใจว่าได้ใช้ถ้อยคำรัดกุมอยู่แล้วนะครับ สำหรับการอ้างถึง ‘ข้อเด่น’ ตลอดจนกล่าวถึงความคาดหวังอยู่ในทีแล้วว่า : ‘ถ้าชั่วโมงนี้ใครสามารถ...’
ใครจะทำได้-ไม่ได้ ผมไม่ทราบ ผมเพียงอยากเห็น เพราะเชื่อว่าถ้าสามารถผสานลักษณะเด่นทั้งสามมาไว้ในชิ้นงานเดียวกันได้... ‘หนุกแน่!’
ส่วนข้อวิจารณ์ต่อ ‘เสือเพลินกรง’ ของผมนั้น ไม่ต้องเรียกร้องเร่งร้อนหรอกครับ ถึงอย่างไรก็ยินดีจะพูดคุยอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นผมจะมาเปิดกระทู้ทำไมล่ะ?


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 13 ก.พ. 2010 10:52 am 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 10 ก.พ. 2010 12:55 am
โพสต์: 9
ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอชวนดอนคุยต่อไปพร้อม ๆ กับเรื่องเสือเพลินกรงด้วยแล้วกันครับ

การผสานคุณลักษณะ 3 อย่างที่ดอนว่านั้นทำอย่างไรจึงจะออกมาลงตัว ผมเสนอว่า "ความเรียบนิ่ง" กับ "ความแม่นยำในจังหวะทีเร่งเร้า" นั้น นิยายเรื่อง ไหม ของบาริกโก คือตัวอย่างที่ดี ไม่ทราบดอนเห็นด้วยไหม และขอเพิ่มเติมตัวอย่างที่น่าจะใกล้เคียงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ รวมเรื่องสั้น พลเรือนเหมือนกัน ของ ไฮน์ริชเบิลน์ (สะกดผิดขออภัย) ผมคิดว่าเล่มนี้น่าจะพอพูดได้ว่ามีทั้ง "ความเรียบนิ่ง" และ "กวนอวัยวะใช้เดิน" ผสมผสานกันอยู่ แม้คุณลักษณะหลังจะไม่เด่นมากนัก แต่ตัวอย่างที่มีครบทั้งสามคุณลักษณะอย่างโดดเด่นออกมาผมก็ยังคิดไม่ออกเลยครับ

คุณ tiger ผมยังรอการแสดงการตีความของคุณอยู่นะครับ ขอให้ผมได้รู้การตีความที่แตกต่างของคุณด้วย ผมรับปากคุณไปแล้วนะครับว่าถ้าผมจะวิพากษ์คุณผมจะระมัดวังถ้อยคำที่สุด ดอนเป็นพยานได้ ถ้าผมผิดสัญญากับคุณ tiger อนุญาติให้ดอนเบิร์ดกะโหลกผมหนึ่งที (ในโลกไซเบอร์เท่านั้นนะครับ-:) )


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ 13 ก.พ. 2010 1:14 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
ลักษณะเด่นในเรื่อง ‘ไหม’ รวมถึงใน ‘ไร้เลิอด’ ของอเลซซานโดร บาริกโก นอกจากกลวิธีบรรยายน้อยๆ แต่กินความมาก อีกทั้งตัวเรื่องราวก็ดำเนินไปในแบบเรื่อยรุดไม่หยุดนิ่งแล้ว ผมพบว่ายังอวลไปด้วยบรรยากาศ ‘เศร้าซึม ขรึมและหม่น’ จนอาจถือได้ว่าเป็นลายเซ็นของนักประพันธ์ท่านนี้ไปแล้ว อย่างน้อยท่วงทำนองดังกล่าวก็ปรากฏให้เห็นอีกหนใน ‘โนเวเชนโต้’ (ที่ถูกต้องกว่า ควรกล่าวว่า บาริกโกออกแบบภาษา และลีลาเล่าเรื่องของเขาไว้ในเล่มนี้ก่อนแล้ว ถ้าดูจากลำดับเวลาในการเขียน)
ส่วน ‘พลเรือนเหมือนกัน’ ของไฮนริช เบิล นั้น ผมติดใจเรื่อง ‘น้าเฟร็ดของผม’ เป็นพิเศษ ว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องของตัวเรื่องหรือเนื้อสารมากกว่ากลวิธีและลีลานำเสนอ เฉพาะหน้านี้ ถ้าให้นึกถึงเรื่องแปลที่เข้าข่าย ‘กวนอวัยวะใช้เดิน’ ขึ้นมาสักเรื่องสำหรับอ้างเอ่ย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ‘เกมโบกรถ’ ของคุนเดอราจึงโผล่หน้าออกมาก่อนเรื่องอื่น
ในเรื่องสั้นชิ้นที่เพิ่งกล่าวนี้ ผมเข้าใจว่า ไม่ใช่ลักษณะของการดำเนินเรื่องหรือตัวสารที่ทำให้ผมรู้สึกเช่นนั้น หากแต่เป็น ‘วิธีคิดริเริ่ม’ หรือ ‘ผูกพล็อต’ ขึ้นมาโดยแท้
คุณหนุมานปรารภว่า : ทำอย่างไรถึงจะลงตัว? ในเมื่อ ‘ข้อเด่น’ ที่ผมเปิดประเด็นไว้แต่ต้น ดูเหมือนว่ามันจะผสมพันธุ์กันลำบากในชิ้นงานเดียวกัน
ผมคิดว่านี่เป็น ‘คำท้า’ นี่น่าจะสนุกสำหรับผู้สร้าง หรือคนเขียนหนังสือทั้งหลาย ว่าเราจะสามารถผลิตเรื่องสั้นหรือนวนิยายในรูปแบบหรือโครงสร้างที่ดูจะขัดแย้งกันนี้ให้ปรากฏออกมาอย่างเข้าท่าเข้าทางได้หรือไม่ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ อันที่จริงแล้วก็เป็นเพียงปรารถนาส่วนตัวที่อยากเห็นชิ้นงานที่ผสานท่วงทำนองเด่นทั้งสามแบบอยู่ด้วยกัน
ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เผื่อมันจะส่งผลให้วิธีเล่าเรื่องของเราๆ ‘ขยับ’ เขยื้อนเคลื่อนไป และหลากหลายกว่าที่เป็นอยู่นั่นเอง กล่าวเช่นนี้ ไม่ได้หมายความเท่าที่ขีดเขียนกันออกมานั้น มันไม่น่าสนใจ หรือซ้ำซากน่าเบื่อ แต่ประการใด
หากเห็นว่าปรารถนาข้างต้นของผม ค่อนข้างเรียกร้องเกินเลย ก็ไม่จำเป็นจะต้องเอาธุระ ผมเพียงแค่พยายามจะกระซิบว่า ‘ลองดูสิ’ พี่น้องที่เคารพ-เท่านั้นจริงๆ ครับ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: พุธ 17 ก.พ. 2010 2:54 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
เพื่อนใหม่

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 10 ก.พ. 2010 12:55 am
โพสต์: 9
งานของบาริกโกเล่มอื่น ๆ นอกจากไหมนั้นไม่มีลักษณะการใช้ "จังหวะ" ที่โดดเด่นจนพูดได้ว่า "แม่นยำในจังหวะจะโคนที่เต็มด้วยแรงเร้า" งานขอกกุนเดอราก็เช่นกัน "เกมโบกรถ" หรือเรื่องอื่น ๆ ใน "รักชวนหัว" นั้น ไม่ได้มีลักษณะของจังหวะการเร่าเรื่องดังกล่าว และไม่ได้มีลีลาที่ "เรียบนิ่ง" แต่ "ความลุ่มลึกทางปรัชญา" นั้น งานของกุนเดอรามีแน่นอน แต่เฉพาะเล่มที่กล่าวมานั้น ออกไปในทาง "ซูกซน" เสียมากกว่า ส่วนในพลเรือนเหมือนกันนั้น จริง ๆ นั้นอย่างที่กล่าวไปแล้ว คือไม่ได้มีลักษณะของการใช้ "จังหวะ" ที่ทำให้กล่าวได้ว่า "แม่นยำในจังหวะจะโคนที่เต็มด้วยแรงเร้า" แต่น่าจะมีอีก 2 ลักษณะ คือ "เรียบนิ่ง" กับ "กวน" แต่ "เรียบนิ่ง" นั้นเด่นกว่า ส่วน "กวน" นี่ไม่ชัดมาก เป็นการ "กวนแบบลึก ๆ" มากกว่า เรื่องที่ผมชอบมากก็คือ "เขาไม่นับเธอ"

ผมยังคงรอการอภิปรายของดอนในเรื่องเสือเพลินกรง และการแสดงการตีความจากคุณ tiger อยู่นะครับ คุณ tiger ครับ อย่างน้อยผมขอให้คุณเข้ามาแสดงความรับผิดชอบต่อ "ความเห็น" ด้วยการอธิบายขยายความและให้เหตุผลในรายละเอียด หรือ เสนอการตีความของคุณออกมาครับ


ข้างบน
   
 
 หัวข้อกระทู้: Re: ‘เสือเพลินกรง’
โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ 19 ก.พ. 2010 1:26 pm 
ไม่อยู่ในบอร์ด
ประธานกิตติมศักดิ์บอร์ดใจดี
ภาพประจำตัวสมาชิก

ร่วมกันใจดีเมื่อ: พุธ 11 ก.พ. 2009 2:20 pm
โพสต์: 292
เท่าที่ประเมินคร่าวๆ ผมเข้าใจว่าตอนนี้มีผู้อ่าน ‘เสือเพลินกรง’ จบแล้วสี่คน นิธิน่าจะใกล้จบเต็มทีแล้วกระมัง? ส่วนจารีหรือติณ คงยังไม่หายวุ่นจากธุระส่วนตัว ต้องรอให้พ้นเดือนกุมภาพันธ์ศกนี้ไปก่อน จึงจะปลอดโปร่ง
ในฐานะผู้เปิดกระทู้ ผมใคร่ขอเรียนเชิญท่านผู้อ่านทั้งหลาย (รวมทั้งท่านที่กำลังอ่าน หรือคิดจะอ่านในเร็วๆ นี้) ช่วยแจ้งความจำนงไว้สักนิดดีไหมครับ ว่ายินดีเข้าร่วมการสนทนาในหัวข้อนี้? ชั่วๆ ดีๆ เราจะได้มีกำหนดเวลาเอาไว้บางระดับสำหรับ ‘ลงมือ’ คุยกันอย่างเป็นการเป็นงาน
ไม่ใช่อะไรหรอก เผื่อท่านผู้ใดถามไถ่ว่าจะคุยกันตอนไหน จะได้กราบเรียนบอกให้รับรู้ไว้น่ะครับ


ข้างบน
   
 
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 33 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

ผู้อยู่ในบอร์ดใจดีขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


คุณ ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
คุณ ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ไปที่:  
cron

***เชิญเลือกหนังสือวรรณกรรมได้ที่ >>

- ดูแลและสร้างสรรค์เว็บบอร์ดนี้ โดย Tin Nitikawinkul

Time-Zone GMT + 7 ชั่วโมง - วันเวลาปัจจุบัน อังคาร 07 ก.ย. 2010 4:57 pm
- ภาษาไทยแก้ไขสำหรับเว็บบอร์ดนี้ เพิ่มเติมโดย ติณ นิติกวินกุล ขับเคลื่อนพลังบอร์ด โดย phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Thai language by Mindphp.com & phpBBThailand.com


Jaidee Search for you